2011 in review

มกราคม 2, 2012

The WordPress.com stats helper monkeys prepared a 2011 annual report for this blog.

Here’s an excerpt:

A San Francisco cable car holds 60 people. This blog was viewed about 2,000 times in 2011. If it were a cable car, it would take about 33 trips to carry that many people.

Click here to see the complete report.

นวัตกรรมไม่มีไม่ได้ (Innovation Is Mandatory)

มิถุนายน 23, 2011

สรุปการบรรยาย ของ อ.ประสิทธิ์ ตันสุวรรณ หัวข้อ Innovation is Mandatory งาน TQA Seminar 2011, Innovation: Key to Sustainability and Growth 23-24 มิถุนายน 2554 โรงแรมโกลเด้นท์ ทิวลิป ซอฟเฟอริน จัดโดยสำนักงานรางวัลคุณภาพแห่งชาติ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ

อาจารย์ ประสิทธ์ ตันสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการองค์กร อดีตผู้อำนวยการสำนักงานกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)และอดีตผู้อำนวยการสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ นอกจาdนี้ยังเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้าน HRM และ Quaity of Management และวิทยากรบรรยาย และเป็นที่ปรึกษาให้กับหน่วยงานชั้นนำต่างๆ

I. โหมโรง (Introduction)

1. ผลกาศึกษาของ Oded Shenkar (Professor มหาวิทยาลัย Ohio State University’s Fisher College of Business ), Defend Your Research: Imitation Is More Valuable Than Innovation, Harvard Business Review เดือน April 2010
พบว่า ผู้เลียนแบบนั้นเป็นผู้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ 97.8% จากนวัตกรรม เช่น บริษัท VISA, Mcdonald, Walmart ไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มนวัตกรรมแต่ดำเนินธุรกิจที่ลอกเลียนแบบโดยต่อยอดให้ดีขึ้นกว่าเดิม
อ้างอิง: http://hbr.org/2010/04/defend-your-research-imitation-is-more-valuable-than-innovation/ar/1
2. นวัตกรรมระดับประเทศ—จากข้อมูล World Economic Forum พบว่าความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยอยู่ที่ลำดับที่ 38 และมีนวัตกรรมที่ลำดับที่ 52 ซึ่งอยู่ในลำดับที่ไม่สู้ดีนักเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านเช่น มาเลเซีย
3. ระดับการพัฒนาเริ่มจาก ระดับต้น Factor Driven ระดับกลาง Efficiency Driven ระดับสูง Innovation Driven ประเทศไทยอยู่ที่ระดับกลาง คือมุ่งเน้นเรื่องประสิทธิภาพ
4. ห้าปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจในประเทศต่างๆ: 1)ความไม่มั่นคงของประเทศ 2)ความไม่นิ่งของรัฐบาล 3)รัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพ 4)คอร์รัปชั่น 5)การศึกษา
5. Kano house มีองค์ประกอบ ๅ1)มุ่งเน้นคุณภาพเน้นความพึงพอใจลูกค้า 2) เป้าหมายและกลยุทธ์ต้องม่งไปสู่คุณภาพ 3) สามเสาหลัก (คือ (a) แนวคิด/ปรัชญา/หลักการ (b)กระบวนการ (Process) (c)เทคนิค (เช่น TQM, Lean) 4)แรงจูงใจ 5) ความสามารถที่เป็นเนื้อในหรือความสามารถพิเศษ (Intensive Technique)

II Innovation ระดับองค์กร

1. บริษัทที่เป็นบริษัทชั้นนำนั้นมีนวัตกรรมสูง เช่น Facebook, Huawei, Cisco
2. ผู้มีบทบาทสำคัญในเรื่องนวัตกรรม—CEO, president, Chairman, COO, VP of R&D
3. บัญญัติ 10 ประการของผู้นำ: 1) อย่าผลักดัน TQA ถ้า CEO และ #2 ไม่เอาจริง 2) อย่าเอา TQA มาใช้ถ้า CEO ไม่มีภาวะผู้นำ 3) ไม่เพียงพอถ้าเป่าประกาศว่าจะ ใช้ TQA 4) ผู้บริหารระดับสูงต้องออกอาการอยากทำ TQA 5) EO ต้องมีความเชื่อว่า TQA สามารถทำผลประกอบการดีขึ้นได้ 6) ผู้นำต้องมีความคลั่ง TQA 7) อย่าทำ TQA ถ้าผู้นำไม่สามารถจัดการกับลูกน้องที่ไม่ทำตาม 8) อย่าทำ TQA ถ้าหวังผลระยะสั้น 9) อย่าทำ TQA ถ้าไม่เปิดใจ 10) อย่าเปลี่ยน CEO ภายใน 3 ปี เพราะ TQA ยังไม่ฝังตัว (กาวยังไม่ติด)
4. ประเภทของนวัตกรรม: ระดับ 1. ลดต้นทุนสินค้าเก่า ระดับ 2. ปรับปรุงสินค้าเดิมให้ดีขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ระดับ 3. เสนอสินค้าใหม่สำหรับลูกค้าเก่า ระดับ 4. สินค้าใหม่สำหรับลูกค้ากลุ่มใหม่ ระดับ 5. นวัตกรรมระดับโลก
บริษัทมากกว่า กว่า 80% อยู่ที่ระดับ 1-3 ตัวอย่าง โครงการข้าวเหนียวช่วยชาติ อยู่ระดับ 3-4 โครงการสะดวกบุญเป็นนวัตกรรมระดับโลก

III วิวัฒนาการ นวัตกรรม ในบริบทของเกณฑ์ TQA
1. 1991เน้นคุณภาพสินค้า คุณภาพงาน คุณภาพคน
• หมวด 7 ผลลัพธ์ เน้นคุณภาพ (คุณภาพ ต้นทุน การส่งมอบ) ความพอใจของลูกค้า
• ค่านิยมหลักและแนวคิด–เน้น คุณภาพ ภาวะผู้นำ ปรับปรุงต่อเนื่อง ตอบสนองเร็ว การทำงานที่เน้นข้อมูลจริง การมีส่วนร่วมของพนักงาน
2. 2011 เน้นทุกปัจจัยเป็นต่อความยั่งยืนขององค์กร
• หมวด 7 เน้นทั้งสินค้าและกระบวนการ เน้น ผลลัพธ์มุ่งเน้นลูกค้า ผลลัพธ์ที่มุ่งเน้นพนักงาน ผลลัพธ์ภาวะผู้นำและการกำกับดูแลที่ดี ผลลัพธ์ทางการตลาดและการเงิน
3. ค่านิยมหลักและแนวคิด 11 ข้อ: การนำองค์กรอย่างมีวิสัยทัศน์ ความเป็นเลิศที่มุ่งเน้นลูกค้า การเรียนรู้ระดับองค์กรและระดับบุคคล การให้ความสำคัญกับบุคลากรและพันธมิตร (partner) ความคล่องตัว การมุ่งเน้นอนาคต การจัดการเพื่อนวัตกรรม การจัดการโดยใช้ข้อมูลจริง ความรับผิดชอบต่อสังคม การมุ่งเน้นที่เน้นผลลัพธ์ และการสร้างคุณค่า มุงมองในเชิงระบบ
4. วิธีการสร้างนวัตกรรม จากมาตรฐาน ปรับปรุงที่ละเล็กและน้อย สิ่งใหม่ (Innovation)
5. นวัตกรรมจะไปได้สวย ถ้าองค์กรมี ความสามารถพิเศษ ขาดเสียซึ่งความสามารถพิเศษ มีโอกาสูงที่องค์กรเราอาจเป็นบริษัทโหล แม้เราจะทำงานอย่างเป็นระบบได้แล้วแล้วก็ตาม

TOT 3G

มิถุนายน 13, 2011

วันที่ 10 มิ.ย. 54 CEO ของ บมจ. ทีโอที  ดร.อานนท์ ทับเที่ยง  TOT แถลงข่าวเปิดตัวขยายพื้นที่การให้บริการและพัฒนาเทคโนโลยีเข้าสูงระบบ 3.9 G ความเร็ว 42Mbps   เป็นรายแรกของประเทศไทย และเป็นรายที่ 24 ของโลก

ภายในปีพฤศจิกายน 2554 มีพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 4 จังหวัด  และอีก

 13 จังหวัดเศรษฐกิจ ได้แก่ ชลบุรี    ระยอง สงขลา สุราษฎร์ธานี ภูเก็ตเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พิษณุโลก อุดรธานี นครราชสีมา ขอนแก่น และหนองคาย และคาดว่าจะดำเนินการให้ครอบคลุมทั่วประเทศภายในปีหน้า

ที่มา 1)  http://www.tot3g.net/

      2)  http://youtu.be/i85BCgtSap8

โครงการพัฒนาช่าง Broadband Access Network

มิถุนายน 5, 2011

TOT เปิดรับสมัครน้องๆ ที่จบ ปวส. อิเล็กทรอนิกส์ โทรคมนาคม ไฟฟ้า เข้ารับการอบรม ช่างฝีมือสายตอนนอกตามมาตรฐานที่ ทีโอที กำหนด  และมีโอกาสที่จะได้รับคัดเลือกเข้าเป็นลูกจ้างหรือพนักงานของ ทีโอที

โครงการพัฒนาช่าง Broadband Access Network จัดทำขึ้นเพื่อเตรียมช่างให้มีความรู้ความสามารถ พร้อม ที่จะทำงานด้านโครงข่ายบรอดแบนด์  โครงการดังกล่าวนอกจากจะสนองนโยบายรัฐบาล ที่ประกาศนโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติปี 2553  แล้ว ยังสอดรับกับโครงการของสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.) ที่ต้องการที่จะพัฒนาให้นักศึกษาอาชีวศึกษาที่จบการศึกษาสามารถมีงานทำได้ในสถานประกอบการ

รับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 มิย. – 15 มิย.54 รายละเอียด http://www.totacademy.com/

http://youtu.be/nEpcrvqoqYI

นโนบายบรอดแบนด์แห่งชาติ

พฤษภาคม 23, 2011

ความเป็นมาของนโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติ
1. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 78 (3) ระบุหน้าที่ของรัฐอย่างชัดเจน ในการกระจายโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศในท้องถิ่นให้ทั่วถึง และเท่าเทียมกันทั่วประเทศ
2. รัฐบาลได้แถลงนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยมีแผนงานการปรับปรุง ประสิทธิภาพโครงข่ายโทรคมนาคมพื้นฐานอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศ และขยายโครงข่าย บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต
3. กระทรวง ICT ได้ดำเนินการจัดทำแผนแม่บทและกรอบนโยบาย ICT ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2552-2556) และ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2554 – 2563) หรือ ICT 2020
4. คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2553 ตามมติคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ โดยมอบหมายให้กระทรวง ICT พิจารณาข้อเท็จจริง และสภาพปัญหาที่ทำให้อัตราการเข้าถึงระบบ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet) ของประชาชนในสภาพปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำ และแนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง
5. บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกระทรวง ICT และสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2553 เพื่อร่วมกันจัดทำร่างนโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติ
6. กระทรวง ICT ได้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำานโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติ โดยมีปลัดกระทรวง ICT เป็นประธาน มีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมเป็นคณะกรรมการ เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2553 และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 4 คณะ (ด้านจัดทำนโยบายและกำกับดูแล ด้านความต้องการของผู้บริโภค ด้านผู้ให้บริการโครงข่ายและบริการ และด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์) เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2553 เพื่อจัดทำกรอบนโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติ เสนอ คณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งชาติ (กทสช.)
7. วันที่ 17 ก.ย. 2553 คณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งชาติ (กทสช.) ได้ เห็นชอบในกรอบนโยบายบรอดเหแบนด์แห่งชาติ พร้อมแต่งตั้งคณะอนุกรรมการนโยบายบรอดแบนด์ แห่งชาติ เพื่อจัดทำนโยบายต่อไป โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ICT เป็นประธาน
8. ร่าง นโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติ ได้รับความเห็นชอบจาก ประธาน กทสช. (นรม.) เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2553
9. วันที่ 9 พ.ย. 2553 นโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติ ได้รับความเห็นชอบจาก ครม. และประกาศใช้ อย่างเป็นทางการ
นโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติ
1. นโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติเป็นกรอบนโยบายสำหรับการส่งเสริมให้มีบริการบรอดแบนด์ เป็นสาธารณูปโภค
2. เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง และทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ ข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งบริการสาธารณะต่าง ๆ
3. เป้าหมายเพื่อทำให้คุณภาพชีวิตและสภาพทางเศรษฐกิจของประชาชนไทยดีขึ้นทั่วทุกแห่งใน ประเทศ

เป้าหมาย
1. โครงข่ายบรอดแบนด์ให้ครอบคลุมประชากร ปี 2558 ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 และปี 2563 ร้อย ละ 95 ที่ทได้มาตรฐานและราคาเป็นธรรม โดยศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภูมิภาค มี Optical Fiber ไม่ต่ำกว่า 100Mbps
2. ประชาชนสามารถได้รับบริการบรอดแบนด์ อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
• ด้านการศึกษา ปี 2558 ในระดับตำบล และปี 2563 ทั่วประเทศ
• ด้านสาธารณสุข ปี 2558 ในระดับตำบล
• ด้านการให้บริการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ปี 2558 ในระดับองค์การปกครองท้องถิ่น
• ด้านการเฝ้าระวังและเตือนภัยพิบัติและภัยธรรมชาติ ให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องอย่างทันท่วงที
3. ภาคธุรกิจสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากบรอดแบนด์
• การแข่งขันของประเทศ เรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี ให้อยู่ในกลุ่ม TOP 25% (World Competitiveness Ranking)
• เกิดการขยายตัวของธุรกิจเชิงสร้างสรรค์
• มูลค่า E-commerce ต่อ GDP เป็นร้อยละ 10 ภายในปี 2558
4. ลดการใช้พลังงานและการใช้ทรัพยากร
5. ลดต้นทุนการให้บริการบรอดแบนด์โดยรวม
6. เกิดการพัฒนา Content และ Application ที่เป็นประโยชน์
7. ประชาชนมีความรู้ความเข้าถึงคุณค่า และความเสี่ยงของการใช้ ICT ที่เร่งตัวเร็วขึ้น
8. อุตสาหกรรมการผลิต ICT มีการพัฒนา สู่ระดับสากล
แนวทางดำเนินการ
1. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการบรอดแบนด์
2. การพัฒนาการใช้ประโยชน์จากบรอดแบนด์
3. การประกันความมั่นคงปลอดภัยของโครงข่ายบรอดแบนด์และความปลอดภัยของสังคมโดยรวม
4. การบริหารจัดการขับเคลื่อนนโยบายและการประสานการกำกับดูแล

บทบาทของรัฐบาล
1. รัฐบาลจึงได้กำหนดนโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและใช้เป็นกรอบการดำาเนินการและขับเคลื่อนการพัฒนาบริการบรอดแบนด์ ที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่หลากหลาย มีความก้าวหน้าทันสมัย สอดคล้องกับบริบทและสภาพพื้นที่ของประเทศไทย และตอบสนองความต้องการการใช้บริการของทุกภาคส่วน
2. โดยที่รัฐมีบทบาทเป็นผู้กำหนดนโยบายและสนับสนุนการให้มีและการใช้บริการบรอดแบนด์ อย่างทั่วถึงเท่าเทียมกัน รวมถึงส่งเสริมให้ภาคเอกชนและประชาชนร่วมดำเนินการไปสู่ความสำเร็จ โดยมีองค์กรกำกับดูแลที่เป็นอิสระตามกฎหมายทำหน้าที่กำกับดูแลการประกอบกิจการให้มีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม

ที่มา: โดย นางเมธินี เทพมณี ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 18 พฤศจิกายน 2553


Follow

Get every new post delivered to your Inbox.