ประวัติเอกสารจากหมวดหมู่ ‘THAILAND ICT Master Plan’

นโนบายบรอดแบนด์แห่งชาติ

พฤษภาคม 23, 2011

ความเป็นมาของนโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติ
1. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 78 (3) ระบุหน้าที่ของรัฐอย่างชัดเจน ในการกระจายโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศในท้องถิ่นให้ทั่วถึง และเท่าเทียมกันทั่วประเทศ
2. รัฐบาลได้แถลงนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยมีแผนงานการปรับปรุง ประสิทธิภาพโครงข่ายโทรคมนาคมพื้นฐานอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศ และขยายโครงข่าย บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต
3. กระทรวง ICT ได้ดำเนินการจัดทำแผนแม่บทและกรอบนโยบาย ICT ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2552-2556) และ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2554 – 2563) หรือ ICT 2020
4. คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2553 ตามมติคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ โดยมอบหมายให้กระทรวง ICT พิจารณาข้อเท็จจริง และสภาพปัญหาที่ทำให้อัตราการเข้าถึงระบบ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet) ของประชาชนในสภาพปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำ และแนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง
5. บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกระทรวง ICT และสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2553 เพื่อร่วมกันจัดทำร่างนโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติ
6. กระทรวง ICT ได้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำานโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติ โดยมีปลัดกระทรวง ICT เป็นประธาน มีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมเป็นคณะกรรมการ เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2553 และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 4 คณะ (ด้านจัดทำนโยบายและกำกับดูแล ด้านความต้องการของผู้บริโภค ด้านผู้ให้บริการโครงข่ายและบริการ และด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์) เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2553 เพื่อจัดทำกรอบนโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติ เสนอ คณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งชาติ (กทสช.)
7. วันที่ 17 ก.ย. 2553 คณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งชาติ (กทสช.) ได้ เห็นชอบในกรอบนโยบายบรอดเหแบนด์แห่งชาติ พร้อมแต่งตั้งคณะอนุกรรมการนโยบายบรอดแบนด์ แห่งชาติ เพื่อจัดทำนโยบายต่อไป โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ICT เป็นประธาน
8. ร่าง นโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติ ได้รับความเห็นชอบจาก ประธาน กทสช. (นรม.) เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2553
9. วันที่ 9 พ.ย. 2553 นโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติ ได้รับความเห็นชอบจาก ครม. และประกาศใช้ อย่างเป็นทางการ
นโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติ
1. นโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติเป็นกรอบนโยบายสำหรับการส่งเสริมให้มีบริการบรอดแบนด์ เป็นสาธารณูปโภค
2. เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง และทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ ข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งบริการสาธารณะต่าง ๆ
3. เป้าหมายเพื่อทำให้คุณภาพชีวิตและสภาพทางเศรษฐกิจของประชาชนไทยดีขึ้นทั่วทุกแห่งใน ประเทศ

เป้าหมาย
1. โครงข่ายบรอดแบนด์ให้ครอบคลุมประชากร ปี 2558 ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 และปี 2563 ร้อย ละ 95 ที่ทได้มาตรฐานและราคาเป็นธรรม โดยศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภูมิภาค มี Optical Fiber ไม่ต่ำกว่า 100Mbps
2. ประชาชนสามารถได้รับบริการบรอดแบนด์ อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
• ด้านการศึกษา ปี 2558 ในระดับตำบล และปี 2563 ทั่วประเทศ
• ด้านสาธารณสุข ปี 2558 ในระดับตำบล
• ด้านการให้บริการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ปี 2558 ในระดับองค์การปกครองท้องถิ่น
• ด้านการเฝ้าระวังและเตือนภัยพิบัติและภัยธรรมชาติ ให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องอย่างทันท่วงที
3. ภาคธุรกิจสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากบรอดแบนด์
• การแข่งขันของประเทศ เรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี ให้อยู่ในกลุ่ม TOP 25% (World Competitiveness Ranking)
• เกิดการขยายตัวของธุรกิจเชิงสร้างสรรค์
• มูลค่า E-commerce ต่อ GDP เป็นร้อยละ 10 ภายในปี 2558
4. ลดการใช้พลังงานและการใช้ทรัพยากร
5. ลดต้นทุนการให้บริการบรอดแบนด์โดยรวม
6. เกิดการพัฒนา Content และ Application ที่เป็นประโยชน์
7. ประชาชนมีความรู้ความเข้าถึงคุณค่า และความเสี่ยงของการใช้ ICT ที่เร่งตัวเร็วขึ้น
8. อุตสาหกรรมการผลิต ICT มีการพัฒนา สู่ระดับสากล
แนวทางดำเนินการ
1. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการบรอดแบนด์
2. การพัฒนาการใช้ประโยชน์จากบรอดแบนด์
3. การประกันความมั่นคงปลอดภัยของโครงข่ายบรอดแบนด์และความปลอดภัยของสังคมโดยรวม
4. การบริหารจัดการขับเคลื่อนนโยบายและการประสานการกำกับดูแล

บทบาทของรัฐบาล
1. รัฐบาลจึงได้กำหนดนโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและใช้เป็นกรอบการดำาเนินการและขับเคลื่อนการพัฒนาบริการบรอดแบนด์ ที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่หลากหลาย มีความก้าวหน้าทันสมัย สอดคล้องกับบริบทและสภาพพื้นที่ของประเทศไทย และตอบสนองความต้องการการใช้บริการของทุกภาคส่วน
2. โดยที่รัฐมีบทบาทเป็นผู้กำหนดนโยบายและสนับสนุนการให้มีและการใช้บริการบรอดแบนด์ อย่างทั่วถึงเท่าเทียมกัน รวมถึงส่งเสริมให้ภาคเอกชนและประชาชนร่วมดำเนินการไปสู่ความสำเร็จ โดยมีองค์กรกำกับดูแลที่เป็นอิสระตามกฎหมายทำหน้าที่กำกับดูแลการประกอบกิจการให้มีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม

ที่มา: โดย นางเมธินี เทพมณี ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 18 พฤศจิกายน 2553

ช่องว่างในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Divide)

มีนาคม 8, 2008

Download เอกสารประกอบการประชุมระดมความคิดเห็นกลุ่มอุตสาหกรรมบริการโทรคมนาคมและเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

เรื่อง  ” ช่องว่างในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Divide) และการให้บริการ Multimedia ในโลกยุคดิจิตัล ”  

โดย ดร.ทัศไนย เปียระบุตร บริษัท ท๊โอที จำกัด (มหาชน)

ณ โรงแรมราม่าการ์เด้น วันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2551   

Download [format PDF ]

Download [format Winrar ]

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ประกอบกับ ความก้าวหน้าของ  ซอฟต์แวร์ของ web service และ Open Source กระตุ้นให้เกิดแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ที่มีลักษณะมัลติมิเดียมากขึ้น  เช่น Blog (Web log), Wiki, RSS และ เว็บไซด์มัลติมิเดียใหม่ๆ เช่น You Tube, WordPress, My space

ความก้าวหน้าทางอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงถูกนำมาใช้ ในการสร้าง ส่งและรับ และ ใช้ข้อมูลร่วมกัน ที่มีลักษณะมัลติมิเดียมากขึ้น อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ นอกจากนั้น ยังถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเพิ่มรายได้ และ ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และการให้บริการอิเล็กทรอนิกส์ทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น บริการประกวดราคาทางอิเล็กทรอนิกส์ บริการชำระภาษีออนไลน์ เป็นต้น ส่งผลทำให้เศรษฐกิจและสังคมในภาครวมดีขึ้น

 รัฐบาลของหลายประเทศ เล็งเห็นความสำคัญของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และระดับการแข่งขันของประเทศ จึงได้กำหนดนโยบายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เร่งให้มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไปยัง โรงเรียน ห้องสมุด มหาวิทยาลัย สถานที่ราชการ ทั่วประเทศ ภายใน ค.ศ. 2010 ดังนั้นหลายประเทศจึงมีการกำหนดมีนโยบายและแผนงาน/โครงการด้านสารสนเทศและการสื่อสาร ให้รองรับ โครงการต่างๆภายใต้การสนับสนุนของรัฐที่เกิดขึ้น เช่น โครงการเครือข่ายภาครัฐ โครงการเรียนรู้ทางไกล โครงการสาธารณะทางไกล เป็นต้น

หลายประเทศมี การกำหนด กรอบนโยบาย และแผนแม่บทด้าน ICT  แต่รัฐบาลของหลายประเทศประสบปัญหาเดียวกัน คือ แผนและโครงการให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ไม่บรรลุตามเป้าหมายที่อยากเห็น สาเหตุ นั้นคงเกิดจากปัจจัยหลายประการ เช่น โครงการลงทุนโครงข่าย Broadband ซึ่งใช้เงินลงทุนมหาศาลล่าช้ากว่ากำหนด การเตรียมบุคลากรให้มีความรู้ ด้าน ICT ไม่เป็นตามเป้าหมาย และ ระบบการเรียนออนไลน์ไม่บรรลุเป้าหมาย

ปัญหาของหลายประเทศ คือ การแปลงแผนไปสู่การปฏิบัติ การบรรลุเป้าหมายตัวชี้วัด  ด้าน ICT ต้องการการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง เช่น รัฐบาลในฐานะเป็นกำหนดนโยบายด้าน ICT และโครงการออนไลน์ องค์กรผู้กำกับดูแลด้านโทรคมนาคมและวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ ในฐานะผู้กำหนดกฎ และกติกาที่เอื้อให้มีการบรรลุเป้าหมาย ผู้ให้บริการโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ต ในฐานะผู้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง  เช่น โครงข่ายหลักอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง วงจรอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ เป็นต้น ภาคเอกชนในฐานะผู้ให้บริการอิเล็กทรอนิกส์ องค์กรระหว่างประเทศ ในฐานะผู้ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรโลกให้ดีขึ้น เช่น กำหนดมาตรฐาน การชี้นำ สนับสนุน ให้มีการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างประเทศ และ ภาคประชาชน ในฐานะที่เป็น ผู้กำหนดความต้องการของประชาชน และเติมเต็มในสิ่งที่กลไกภาครัฐและกลไกตลาดไม่มีประสิทธิภาพ

สำหรับประเทศไทย มีการพัฒนาด้าน ICT จากหน่วยงานสำคัญที่รับผิดชอบดังนี้ รัฐบาลในฐานะกำหนดนโยบายด้าน ICT กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในฐานะแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติผ่านแผนงานและโครงการต่างๆ คณะกรรมการกำกับกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ในฐานะ กำหนดกฎเกณฑ์ ที่เอื้อให้มีการลุงทุนด้านโทรคมนาคม หน่วยงานที่สำคัญของรัฐที่มีบทบาทในการผลักดันให้เกิดพัฒนาด้าน ICT เช่น ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ สมาคมและชมรมอุตสาหกรรม ด้าน ICT รวมทั้งภาคประชาชนในฐานะ ร่วมมือกันเป็นชุมชน ผลักดันให้เกิดการพัฒนาในชนบทตามความต้องการของประชาชน ต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วน

ด้านศักยภาพการแข่งขันด้าน ICT ของประทศไทยถูกจัดอันดับ ที่ยังห่างจากประเทศอื่นเป็นอย่างมาก ไม่ว่าในมิติใดๆ เช่น การลงทุนด้านโทรคมนาคม ความพร้อมของโครงข่ายโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง คุณภาพบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง คุณภาพด้านบุคลากรด้าน ICT ความสามารถด้านวิจัยและพัฒนา คุณภาพระบบการศึกษา กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ ICT และ การมีบริการ ออนไลน์ของภาครัฐ

ด้านความพร้อมของโครงข่ายโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงนั้น ปัจจุบันประเทศไทยมีการใช้อินเทอร์เน็ตผ่านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (ส่วนใหญ่ผ่านเทคโนโลยี ADSL) ประมาณ 1.32 ล้านราย (ก.พ. 51) หรือประมาณ 2.1% ของประชากรทั้งประเทศ โดยในกรุงเทพและปริมณฑลมีผู้ใช้ประมาณ 806,000 ราย หรือประมาณ 9.2%  ของประชากรทั้งประเทศ และในภูมิภาคมีผู้ใช้ประมาณ 514,000 ราย หรือประมาณ 0.9% ของประชากรทั้งประเทศ

บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของประเทศไทยในปัจจุบัน มีผู้ใช้ประมาณ 1.32 ล้านราย มีความเร็ว 256Kbs ประมาณ 25% และความเร็ว 1 Mbps หรือสูงกว่า ประมาณ 75% โดยความเร็วส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับ 1Mbps หรือประมาณ 40% ของทั้งหมด การที่ยังมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ความเร็ว 256Kbs อยู่ 25% สาเหตุมี 2 ประการ 1) เพราะราคา 2) เพราะข้อจำกัดของระยะทางที่ห่างจากชุมสายของผู้ให้บริการเกินกว่า 3 ก.ม.

ราคาเฉลี่ยของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของประเทศไทยอยู่ที่ 590 บาทต่อความเร็ว 1Mbps (ประเทศไทยเคยถูกจัดให้ราคาถูกเป็นลำดับ 9 ของโลก ปีค.ศ. 2549) ซึ่งต้นทุนของบริการอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่อยู่ที่วงจรอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ แต่อย่างไรก็ตามราคาวงจรอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเคเบิลใยแก้วนำแสงทำให้มีขนาดความจุสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง และความต้องการที่ขยายใช้วงจรอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศสูงขึ้น

อย่างไรก็ตามกลไกตลาดยังไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้พื้นที่ที่อยู่ห่างไกลยังไม่มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงใช้ได้เท่าเทียมกับประชาชนในเมืองใหญ่ ดังนั้นรัฐบาลหลายจึงต้องแทรกแซง โดยการกำกับดูแลให้มีบริการอย่างทั่วถึง เช่น กำหนด USO Fund หรือหามาตรการอื่น เพื่อทำให้ประชาชนมีบริการโทรคมนาคม และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงใช้อย่างทั่วถึง

แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ฉบับที่ 2

กุมภาพันธ์ 28, 2008

คัดมาจาก เอกสาร กระทรวงไอซีที

ที่มา

แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทย พ.ศ. 2545-2549 ได้ถูกนำมาใช้เป็นกรอบในการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มาเป็นระยะเวลา 5 ปี และได้ถึงระยะเวลาสิ้นสุดของแผน จึงจำเป็นต้องมีการจัดทำแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารฉบับใหม่ขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจสังคม และเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นภายในประเทศและในระดับนานาชาติ โดยต้องคำนึงถึงแนวทางการพัฒนาประเทศในภาพรวมดังที่ได้ระบุไว้ในแผนระดับประเทศต่างๆ อาทิ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550-2554) แผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา (พ.ศ. 2551-2555) และกรอบนโยบาย IT 2010 เป็นต้น

อนึ่ง กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารซึ่งเป็นกระทรวงที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดทำและแปลงแผนแม่บท ICT ไปสู่การปฏิบัติ ตระหนักถึงความจำเป็น ในการศึกษาวิจัยเชิงลึกเพื่อให้ได้ข้อมูลมาประกอบการพิจารณาในการจัดทำแผนแม่บท ICT ฉบับที่ 2 จึงได้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีขอขยายเวลาในการใช้แผนแม่บท ICT ฉบับที่ 1 ไปจนถึง ปี 2551 ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2550 และในโอกาสเดียวกันนี้ คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประสานงานห้บุคลากรของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำแผนแม่บท ICT ฉบับที่ 2 รวมถึงกรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารระยะ พ.ศ. 2554-2563 (ICT 2020)

ในการนี้ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่มีประสบการณ์ในการจัดทำนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในภาพรวม และนโยบาย ICTเฉพาะด้าน (เช่น นโยบายอินเทอร์เน็ต นโยบายอุตสาหกรรม (ICT) ได้รับหนังสือจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เชิญให้ศูนย์ฯ เข้าร่วมในการจัดทำแผนแม่บท ICT ฉบับที่ 2 ศูนย์ฯจึงได้จัดทำโครงการการจัดทำแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ฉบับที่ 2 ของประเทศไทยขึ้น

วัตถุประสงค์โครงการ

- เพื่อให้มีแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ฉบับที่ 2 ของประเทศไทย
(พ.ศ. 2552-2556) เพื่อใช้เป็นกรอบและแนวทางในการพัฒนาด้าน ICT ของประเทศไทย
ในระยะเวลา 5 ปีของแผนแม่บท


- เพื่อทำการศึกษาวิจัยสถานการณ์ปัจจุบันด้านการผลิต การพัฒนาและการประยุกต์ใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทย เพื่อประเมินจุดแข็ง จุดอ่อน
โอกาสและภัยคุกคามในการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศ

- เพื่อศึกษาประเมินแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้อง ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลา 2552-2556 ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ และนัยที่คาดว่าจะมีต่อการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทย

- เพื่อจัดทำกรอบแนวคิดในการจัดทำกรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ระยะพ.ศ. 2554-2563 ของประเทศไทย (ICT 2020 Conceptual Framework)ระยะเวลาดำเนินการโครงการมกราคม - กันยายน พ.ศ. 2551
เป้าหมายหลักของโครงการ / ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

- เพื่อให้มีแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ฉบับที่ 2 ของประเทศไทย (พ.ศ. 2552-2556) เพื่อใช้เป็นกรอบและแนวทางในการพัฒนาด้าน ICT ของประเทศไทยในระยะเวลา 5 ปีของแผนแม่บท

- สนับสนุนบทบาทของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ในการวิจัยด้านนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ความคืบหน้าล่าสุด / เอกสารที่เกี่ยวข้อง

การประชุมระดมความคิดเห็น
เพื่อพิจารณา จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส
และภัยคุกคามของการพัฒนา ICT
ของประเทศไทยและการอภิปราย
“บทบาทของ ICT ต่อการสร้าง
ขีดความสามารถในการแข่งขัน
ของภาคธุรกิจไทย”

ที่มา : www.nectec.or.th/srii/


Follow

Get every new post delivered to your Inbox.